
ระดับการทำงานของเครนจะแบ่งตามความถี่ในการใช้งานและสถานะการรับน้ำหนัก ซึ่งเป็นพารามิเตอร์ที่สำคัญในการประเมินการออกแบบและการเลือกเครน มาตรฐาน ISO 4301-1 มักใช้กันในระดับสากลเพื่อกำหนดระดับการทำงานของเครน โดยแบ่งเครนออกเป็น 8 ระดับการทำงาน ดังนี้
| A1-A2 | ระดับการทำงานเบา | เหมาะสำหรับเครนที่ใช้งานความถี่ต่ำและรับน้ำหนักไม่มาก เช่น โรงงานซ่อมบำรุง หรือเครนที่ใช้งานเป็นครั้งคราว |
| A3-A4 | ระดับการทำงานปานกลาง | เหมาะสำหรับเครนที่มีความถี่การใช้งานและการรับน้ำหนักปานกลาง เช่น เครนในโรงงานกลึงหรือสายการประกอบ |
| A5-A6 | ระดับการทำงานหนัก | เหมาะสำหรับเครนที่มีความถี่การใช้งานและการรับน้ำหนักสูง เช่น เครนในโรงงานเหล็ก ท่าเรือ หรืออุตสาหกรรมการผลิตขนาดหนัก |
| A7-A8 | ระดับการทำงานหนักพิเศษ | เหมาะสำหรับเครนที่มีความถี่การใช้งานและการรับน้ำหนักสูงมาก เช่น โรงหล่อที่มีการทำงานต่อเนื่อง หรือเครนในท่าเรือขนาดใหญ่ |
ระดับการทำงานแต่ละระดับจะมีคำจำกัดความของสถานะการโหลดและความถี่ในการใช้งานที่แตกต่างกันไป สถานะการโหลดโดยทั่วไปจะแบ่งเป็นโหลดเบา โหลดปานกลาง โหลดหนัก และโหลดหนักมากเป็นพิเศษ ในขณะที่ความถี่ในการใช้งานจะสะท้อนถึงจำนวนครั้งที่เครนทำงานภายในระยะเวลาหนึ่ง (โดยปกติคือหนึ่งปี)
เมื่อเลือกเครน สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจระดับการทำงานที่จำเป็น เนื่องจากระดับการทำงานส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบเครน การเลือกวัสดุ ความแข็งแรงของโครงสร้าง และข้อกำหนดในการบำรุงรักษา การเลือกระดับการทำงานที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เครนเสียหายก่อนเวลาอันควรหรือไม่สามารถตอบสนองความต้องการในการทำงานได้ ส่งผลให้ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการผลิตได้รับผลกระทบ




